บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ep.07 อุบาย ลับ ลวง พราง ในพระพุทธศาสนา# เบี้ยแลกขุน

 

เบี้ยแลกขุน

 

ผลประโยชน์เป็นสิ่งที่ยั่วยวนใจมนุษย์อยู่ทุกกาล เพื่อให้ผลประโยชน์ของตนเองสำเร็จตามวัตถุประสงค์ บางครั้งมนุษย์ก็ไม่ได้สนใจวิธีการได้มา ว่าจะถูก ผิด ชั่ว ดี อาศัยความโลภของตนเป็นที่ตั้ง  เพราะฉะนั้น จึงมีคำโบราณได้กล่าวเอาไว้ว่า “เมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเอาด้วยคาถา” เป็นเครื่องยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับเป้าหมาย โดยไม่ได้สนใจกระบวนการที่จะต้องได้มา ถึงแม้จะต้องเล่นแร่แปรธาตุก็ตาม

บางครั้งความสำเร็จนั้นถึงขั้นต้องแลกด้วยชีวิตของใครสักคนหนึ่ง เพื่อทำให้กลุ่มของตนเองไปถึงเป้าหมายนั้น เสียงกระซิบแห่งกิเลสบอกให้มนุษย์ทำ น้อยนักที่มนุษย์จะขัดขืน ไม่ยอมทำตามส่วนใหญ่มักจะทำ เพราะสิ่งที่จะได้รับเป็นผลตอบแทน มันหอมหวาน และน่าหลงใหล อุบาย “แลกเบี้ย เพื่อให้ได้ลาภ” ที่เหล่าเดียรถีย์ใช้ในครั้งนี้นับว่าน่ากลัว เพราะพุ่งเป้าการใส่ร้ายป้ายสี หากผู้พิพากษาคดีไม่อยู่ในคุณงามความดีด้วยแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องยาก ที่จะชำระมลทินได้ ครั้นจะให้ต่อสู้กันด้วยหลักคำสอน ก็ดูเหมือนยังห่างไกลจากหลักธรรมที่พระศาสดาตรัสรู้ ในเมื่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้าไม่ได้ ก็ต้องแทงข้างหลัง การใส่ร้ายป้ายสีให้มัวหมอง ถึงแม้อาจดูไม่ค่อยฉลาด แต่อุบายนี้นำมาใช้ทุกยุคทุกสมัย เพราะคนที่มีปัญญาน้อยยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก และคนเหล่านี้พร้อมที่จะเชื่อทันที การจะหาคนเขลามาเป็นมวลชนนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องยาก แต่ไหนแต่ไรมา คนที่มีสติปัญญา ครุ่นคิดก่อนจะเชื่อ มีจำนวนน้อย

เมื่อครั้งที่พระศาสดาประทับอยู่เมืองสาวัตถี ณ วัดพระเชตวันเหล่านักบวชเดียรถีย์ที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ ลาภสักการะที่ผู้คนเคยบูชาก็น้อยลง ผู้คนที่เคยศรัทธาตนเอง ก็หันไปนับถือพระพุทธศาสนา เป็นเหตุทำให้ตนเองอับแสง ขาดคนเคารพบูชา จึงได้เข้าไปหานางสุนทรี[๔๖]                ผู้เป็นศิษย์ ถึงที่อยู่ ได้กล่าวกับนางทำนองน้อยเนื้อต่ำใจว่า “สุนทรีเอ๋ย เธอสามารถจะทำประโยชน์แก่บุคคลผู้เป็นดุจญาติของเธอได้หรือไม่?”

นางสุนทรีถามว่า “ดิฉันจะทำอะไรให้แก่พระผู้เป็นเจ้าได้ ถึงแม้จะแลกด้วยชีวิต ดิฉันก็สามารถกระทำได้” คำพูดของนางสุนทรีเหมือนกุญแจปลดล็อกความเศร้าโศกของเหล่านักบวชเดียรถีย์

พวกนักบวชเดียรถีย์ได้วางอุบายเอาไว้แล้ว โดยที่สุนทรีก็ไม่รู้ว่า เหล่าเดียรถีย์จะมีแผนการอย่างไรต่อไป แต่สำหรับเดียรถีย์แล้ว นางสุนทรีคือหมากตัวสำคัญในแผนงานนี้ ชีวิตของนางสุนทรีนั้นไร้ค่านัก เมื่อแลกกับผลประโยชน์ของนักบวชเดียรถีย์ แผนการลับ ลวง พราง ก็เริ่มขึ้น

เดียรถีย์.สุนทรีเอ๋ย ถ้าเช่นนั้นเธอจงไปสู่วัดพระเชตวันเนือง ๆ เถิด

นางสุนทรีรับคำของพวกเดียรถีย์ปริพาชกได้ไปยังพระวิหารเชตวันเนือง ๆ                                เมื่อพวกเดียรถีย์ปริพาชกรู้ว่า มีคนเป็นจำนวนมากเห็นนางสุนทรีปริพาชิกาเข้าออกวัดพระเชตวันประจำ ได้พยานรับรู้ว่านางสุนทรีไปยังวัดพระเชตวัน จึงได้วางแผนจ้างพวกนักเลง ให้ไปฆ่านางสุนทรีเอาศพหมกไว้ใกล้วัดพระเชตวัน อำพรางศพเพื่อให้คนรู้ว่า พระภิกษุต้องเป็นคนฆ่านางสุนทรีอย่างแน่นอน แล้วพากันเข้าไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลทันที และได้ร้องทุกข์แก่พระองค์ว่า “ขอถวายพระพร มหาบพิตร พวกเราไม่เห็นนางสุนทรีมาหลายวันแล้ว พวกเราจึงมาร้องทุกข์” พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสถามว่า “พระคุณเจ้า พวกท่านสงสัยว่านางอยู่ที่ไหนเล่า?

เดียรถีย์. เราสงสัยว่า นางน่าจะอยู่ในวัดพระเชตวัน ขอถวายพระพร

คำพูดของพวกเหล่าเดียรถีย์ตรงกับคำให้การของประชาชนที่ได้พบเห็นนางสุนทรีเข้าออกวัดพระเชตวันเป็นประจำ ในช่วงเวลาวิกาล

พระเจ้าปเสนทิโกศล. ถ้าอย่างนั้น พระคุณเจ้าทั้งหลายจงค้นหานาง ในวัดพระเชตวันเถิด

เมื่อได้โอกาส พวกเดียรถีย์ปริพาชก สั่งให้คนค้นทั่ววัดพระเชตวันแล้ว ค้นหานางสุนทรี พวกเดียรถีย์สั่งขุดศพนางสุนทรีออกมาจากคู ตามที่ตนสั่งให้พวกนักเลงฆ่าหมกศพไว้ ยกศพวางไว้บนเตียง แห่ศพไปทั่วพระนคร เพื่อให้ชาวพระนครได้โจษจัน เริ่มแผนการโฆษณาชวนเชื่อ การใส่ร้ายป้ายสีก็เริ่มขึ้น พวกชาวบ้านที่ไม่รู้ความจริง ต่างโจษจันและคิดไปต่าง ๆ นานา บ้างก็เชื่อ บ้างก็เกิดความสงสัย จริงหรือไม่จริงแต่ก็นับว่าทำให้ประชาชนไขว้เขวได้เป็นอย่างมาก อาศัยหลักฐานพยานและประสบการณ์ จริงหรือเท็จ เพราะเต็มไปด้วยลับ ลวง พราง อาศัยสถานการณ์นี้ ทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของเดียรถีย์ ปล่อยให้เป็นผู้พิพากษาตามความเห็น คนเขลาเป็นจำนวนมาก มักจะออกความเห็นมากกว่าความรู้ ส่วนพวกเดียรถีย์เมื่อได้โอกาส ใส่ร้ายป้ายสี ใส่สีตีไข่ชี้นำประเด็นให้คนคล้อยตาม กลายเป็นเจ้าทุกข์ สร้างวาทกรรมต่าง ๆ เพื่อโจมตีใส่ร้ายพระภิกษุต่าง ๆ นานา

“พวกท่าน จงดูการกระทำของเหล่าสมณศากยบุตรเถิด คนเหล่านี้ไม่มีความละอาย ทุศีล มีธรรมเลวทราม พูดเท็จ ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ความเป็นสมณะของสมณศากยบุตรเหล่านี้เสื่อมไปแล้ว ความเป็นสมณะของสมณศากยบุตรเหล่านี้จักมีแต่ไหน คนเหล่านี้ปราศจากความเป็นสมณะ สมณศากยบุตรเหล่านี้ปราศจากความเป็นพรหม คนเหล่านี้เสพกามกับนางสุนทรีแล้วกลับฆ่านางปิดปากเสีย”

วาทกรรมเหล่านี้ ฟังดูมีเหตุผล ทำให้ชาวเมืองสาวัตถีหลงเชื่อว่าสาวกของพระศาสดาฆ่าปิดปากนางสุนทรี ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานานับว่าแผนการที่ได้วางเอาไว้ ได้ผลเกินคาด เสียสาวกเท่ากับเสียเบี้ยตัวหนึ่งเพื่อแลกกับขุน ชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่หูเบา ขาดวิจารณญาณหลงเชื่อข่าวลือ ตามที่เหล่าเดียรถีย์ได้วางอุบายเอาไว้ ชาวบ้านในพระนครสาวัตถี เห็นภิกษุต่างด่าทอบ้าง มีการทำร้ายร่างกายบ้าง มีการทบกระทั่งกันบ้าง ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัว ในยุคข้อมูลข่าวสารที่สลับซับซ้อน ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ส่งสารต้องการให้ผู้รับสารรับรู้ข่าวด้านใด อุบายใช้คนอื่นให้นินทาว่าร้าย เป็นอุบายของคนอ่อนแอ ที่มักใช้ต่อสู้กับคนที่มีกำลังมากกว่า หากจะสู้ซึ่ง ๆ หน้า คนอ่อนแอย่อมไม่มั่นใจในพละกำลังของตนเอง ก็ต้องหาอุบายชกใต้เข็มขัด เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

ตอนเช้า เหล่าพระภิกษุ ถือบาตร ไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี ชาวบ้านบางส่วนก็ด่าด้วยวาจาหยาบคาย เหล่าพระภิกษุนำเอาความนี้มากราบทูลแก่พระศาสดา พระองค์ตรัสว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เสียงด่าของชาวบ้าน จักอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาจะด่าเพียงแค่ ๗ วันเท่านั้น ล่วง ๗ วันไปแล้ว คำด่าก็จักหายไป พระองค์ได้ทรงแนะวิธีตอบโต้ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงโต้ตอบด้วยความจริง แก่ชาวบ้านผู้ที่เห็นภิกษุทั้งหลายแล้ว ด่า บริภาษ เบียดเบียนด้วยพระดำรัสว่า

“คนที่พูดไม่จริง หรือคนที่ทำบาปกรรมแล้วพูดว่า ตนเองมิได้ทำ

                          ย่อมเข้าถึงนรก คนแม้ทั้งสองพวกนั้น มีกรรมเลวทราม

                          ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกหน้า” ฯ

เมื่อชาวบ้านพากันด่าพระภิกษุด้วยถ้อยคำอันหยาบคาย พระภิกษุก็จะโต้ตอบด้วยคำพูดที่พระศาสดาได้ทรงสอนมา เมื่อผู้คนได้ฟัง ต่างก็พากันฉุกคิดว่า “สมณศากยบุตรเหล่านี้บอกว่าตนไม่ได้ทำความผิด สมณศากยบุตรเหล่านี้บอกว่าตนไม่ได้ทำบาป”อย่างน้อยคำพูดตอบโต้เหล่านี้ก็เหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านที่รับรู้ข้อมูลด้านเดียว ได้ฉุกคิด เสียงด่าทอได้ ๗ วันเท่านั้น พอครบ ๗ วันแล้วก็หายไป ตามที่พระองค์ได้ตรัสเอาไว้จริงๆ คราวนั้น พระภิกษุหลายรูปพากันไปเฝ้าพระศาสดาถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้เล่าถึงเหตุน่าอัศจรรย์ใจ ที่เหตุการณ์สงบลงภายใน ๗ วัน เหล่าพระภิกษุที่ได้มาเข้าเฝ้าได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ไม่เคยมีมาแล้ว พระองค์ได้ตรัสว่า เสียงด่านั่นจักมีอยู่ไม่นาน ล่วง ๗ วันแล้วก็จักหายไป เสียงด่านั้นหายไปแล้วจริง ๆ พระเจ้าข้า”

             ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ได้ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

     ชนทั้งหลายผู้ไม่สำรวมแล้ว ย่อมทิ่มแทงชนเหล่าอื่นด้วยวาจา

                          เหมือนเหล่าทหารที่เป็นข้าศึกทิ่มแทงกุญชร ผู้เข้าสงครามด้วย

                          ลูกศรฉะนั้น ภิกษุผู้มีจิตไม่ประทุษร้าย ฟังคำอันหยาบคาย

                          ที่ชนทั้งหลายเปล่งขึ้นแล้ว พึงอดกลั้น ฯ

 

ในฝ่ายบ้านเมือง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ไม่ได้มีอคติต่อคดีความ ต่อมาส่งราชบุรุษออกติดตามหาตัวฆาตกรที่สังหารโหดนางสุนทรี  เมื่อทำการสืบสวนในทางลับแล้ว  ก็พบว่าคดีนี้มีใบสั่ง ส่วนพวกฆาตรกรที่สังหารนางสุนทรีคือพวกนักเลงสุรา เมื่อทำการจับกุมนักเลงสุราเหล่านี้แล้ว ก็ได้นำตัวไปถวายพระราชา   เมื่อถูกสอบสวนพวกเขาก็ได้รับสารภาพว่าถูกว่าจ้างโดยพวกเดียรถีย์ให้ฆ่านางสุนทรีแล้วนำศพของนางไปซุกซ่อนไว้ที่ใกล้วัดพระเชตวัน พระราชาจึงมีรับสั่งให้พวกฆาตกรเหล่านี้ตระเวนไปร้องป่าวประกาศจนทั่วเมืองว่า “นางสุนทรีนี้  ถูกพวกเราฆ่า เพื่อต้องการจะใส่ร้ายพระสมณโคดม  โทษของพระสาวกของพระสมณโคดมไม่มี  เป็นโทษของพวกเราฝ่ายเดียว” ผู้คนที่เคยหลงเชื่อต่างก็ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  ทั้งพวกเดียรถีย์และพวกฆาตกรต่างได้รับโทษทัณฑ์ทางอาญาในข้อหาฆ่าคน มีพุทธดำรัสสอนเอาไว้ ลาภสักการะมักฆ่าคนเขลา เหมือนผลกล้วยเป็นเหตุให้ต้นกล้วยถูกตัด ขุยไผ่เป็นเหตุให้ต้นไผ่ต้องตาย ดอกอ้อผลิดอกเพื่อฆ่าต้น แม่ม้าอัศดรย่อมตั้งครรภ์เพื่อฆ่าตัวเอง[๔๗] สิ่งเหล่านี้เกิดมาเพื่อทำลายตนเองให้พินาศ บัดนี้ความโลภในลาภสักการะชื่อเสียงได้ฆ่าเหล่านักบวชเดียรถีย์

สิ่งที่น่าคิด หากเรื่องราวนี้ได้เกิดขึ้นแก่สังคมไทยปัจจุบัน น่าจะมีการพิพากษาจากสังคมไปเรียบร้อยจากผู้ชี้เป้าคือนักข่าว ที่ต้องการขายข่าว และผู้ที่พยายามออกความเห็น โดยไม่มีความรู้ สังคมอาจจะรีบสรุปตัดสินไปตามรูปคดี จากตาเนื้อบ้าง จากสำนวนข่าวบ้าง เพื่อต้องการยอดขายหรือยอดกดไลค์ อคติ ๔ และหลักกาลามสูตร ยังคงเป็นหลักธรรมสำคัญสำหรับการรับข้อมูลข่าวสาร  ข่าวลวงปลุกกระแสคนเขลาให้วิ่งไปตามกระแสได้ง่าย วิธีการนี้ยังใช้ได้ผลในสังคมที่มักเสพข่าวลือ สังคมใดมักชอบเสพข่าวลือ สังคมนั้นหาความจริงได้ยาก

 

อุบาย “เบี้ยแลกขุน” เป็นการลงทุนที่ผิดพลาดเกินความจำเป็น สิ่งที่เหล่าเดียรถีย์ตัดสินใจทำลงไป เพื่อหวังจะเอาเบี้ยไปแลกกับขุน นางสุนทรีจึงกลายเป็นเพียงแค่เบี้ยตัวหนึ่ง ในเกมที่เหล่าเดียรถีย์หวังที่จะใช้เป็นตัวรุกเกมให้เข้าไปกินขุนของอีกฝ่ายหนึ่ง การเลือกใช้โอกาสให้ตนเองได้ผลประโยชน์สูงสุดจากเบี้ย นางสุนทรีคือเบี้ย บนกระดานหมากรุก จะเป็นจะตายอย่างไร ต้องรักษาขุน ในฝ่ายของตนเอาไว้อย่างสุดชีวิต ในขณะเดียวกันก็พยายามอยากจะเอาเบี้ยเพื่อเข้าไปหวังทำลายขุนของฝ่ายตรงกันข้าม ไม่ว่าจะแลกเบี้ยไปกี่ชีวิต หรือด้วยวิธีการใด ผู้ใดที่มีสถานะเป็นเพียงเบี้ย ก็มักมีจุดจบไม่ต่างอะไรกับนางสุนทรี

แผนการใช้นารีพิฆาตก็เคยล้มเหลวมาแล้ว อุบายในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการกล่าวหา ใส่ร้ายด้วยการสร้างพยานเท็จ เพื่อป้ายสี มักใช้ได้ง่ายในสังคมที่มักเชื่อข่าวลือ โดยพยายามดึงให้สังคมเข้ามาเป็นผู้พิพากษา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่สามารถออกความเห็นได้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ตนเองไม่รู้ก็ตาม บางคราวก็เป็นการสร้างมวลชนของตนเอง ขึ้นมาเป็นการชี้นำสังคมก็มี เพื่อให้ผลออกเป็นไปตามที่ตนเองตั้งเป้าเอาไว้ ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาถูกทำลายด้วยคนนอกศาสนา ตั้งแต่องค์พระศาสดา พระสาวกองค์สำคัญเช่นพระมหาโมคคัลลานะ ที่ถูกคนต่างศาสนาจ้างคนมาฆ่า สิ่งที่คนนอกศาสนาจะสามารถทำลายพระพุทธศาสนาได้นั่นก็คือศาสนบุคคล แต่ศาสนธรรมหาได้ทำลายได้ไม่ ด้วยความที่พระธรรมคำสั่งสอนของพระศาสดานั้นเป็นความจริงเที่ยงแท้ เมื่อเอาโดยไม่ได้ ก็ต้องเอาชนะด้วยเล่ห์กล

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ชีวิตของนางสุนทรีต้องจบลงด้วยอุบายตื้น ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา                ไม่คุ้มกับชีวิตที่จะต้องสูญเสียไป เหมือนขี่ช้างไล่จับตั๊กแตน เป็นการลงทุนที่สูงมาก แต่กลับสูญเปล่า กลับมีผลระยะสั้นเหมือนไฟไหม้กองฟาง ชื่อเสียงลาภสักการะของเหล่าเดียรถีย์ก็ยังคงอับแสงเหมือนหิ่งห้อยในเวลากลางวันดังเดิม

อาวุธสำหรับคนที่ด้อยศักยภาพตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบันที่มักนิยมนำมาต่อสู้กับคนที่แข็งแรงกว่าก็คือการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อลดคุณค่าของฝ่ายตรงข้ามให้ต่ำลง วิธีการนี้บางครั้งก็ใช้ได้ผล บางครั้งก็ล้มเหลว จิตที่เต็มไปด้วยความโลภ มักไม่ค่อยประณีต เพราะถูกกิเลสแต่งแต้ม ทำให้มัวหมอง เป็นปกติของคนเขลามักสำคัญผิด เห็นชั่วเป็นดี น่าเสียดายความซื่อสัตย์ของนางสุนทรี ถูกซ้อนแผนโดยถูกฆ่าปิดปาก ความซื่อสัตย์ของนางถูกมองเป็นได้แค่สะพานให้กลุ่มเดียรถีย์ก้าวไปหาผลประโยชน์

          


[๔๖] ขุ.ธ.อ. (ไทย) ๔๓/๑๙๕-๒๐๐.

[๔๗] เทวทัตตสูตร. องฺ.จตุ. (ไทย) ๒๑/๖๘/๑๑๓.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ep.10 อุบายลับลวงพราง ในพระพุทธศาสนา #ตีวัวกระทบคราด

  ตีวัวกระทบคราด   การผูกใจเจ็บต้องการเอาชนะ นอกจากภายในใจจะสุมไฟแห่งความโกรธเกลียดแล้ว ความอาฆาตแค้นมักทำร้ายเจ้าของเสียเอง ดุจไฟที่กำล...

Hot Issues