พระกัสสปโคตร ต้องการสอนธรรมะแก่นายพราน
ซึ่งกำลังตามติดสัตว์ซึ่งหนีมาทางที่พระเถระอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ในแคว้นโกศล แต่ด้วยความเคารพในพระเถระ
นายพรานจึงยืนฟังด้วยความเคารพ แต่พระกัสสปโคตรเทศนาสอนเรื่องปาณาติบาตว่า เขาควรเลี้ยงลูกเมียด้วยการงานอย่างอื่น
แต่จิตใจของนายพรานพะวงตามสัตว์ คิดในใจว่าตอนนี้พวกสัตว์คงไปทิศทางโน้น พวกสัตว์คงไปทางโน้น
เราจะตามไปทางโน้น ฆ่ามัน ได้เนื้อมาแล้ว จักหาบไปฝากลูกๆ
ส่วนพระเถระก็สอนธรรมะแก่นายพรานผู้ฟุ้งซ่านอยู่เช่นนี้
เทวดาผู้สถิตอยู่ในป่านั้น
เห็นพระกัสสปโคตร ผู้สอนธรรม ไม่ถูกกาลเทศะ หวังอนุเคราะห์ หวังจะให้พระเถระเกิดสติจึงได้เข้าไปหา
แล้วกล่าวว่า
"ภิกษุกำลังสอนนายพราน
ผู้ซึ่งเที่ยวไปตามซอกเขา ผู้มีปัญญาน้อยไม่รู้เท่าถึงการณ์ ไม่รู้จักกาลเทศะ
ปรากฏแก่เราเหมือนคนเขลา นายพรานนั้นเป็นคนพาลอยู่
ถึงฟังธรรมก็ไม่มีทางเข้าใจเนื้อหา แม้มีแสงประทีบโพลงอยู่ตรงหน้า ก็มองไม่เห็นหรอก
ต่อให้ท่านสอนธรรมอยู่
ก็ย่อมไม่รู้เนื้อหา ท่านกัสสปะ ถึงแม้ท่านจะตั้งประทีบลุกด้วยเพลิงตั้ง 10 ดวง
เขาก็จักไม่เห็น เพราะจักษุคือญาณของเขาไม่มี.
กัสสปโคตตสูตร.
สํ.ส. 25/766-767/358-359.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น